นับจำนวนผู้เข้าชม(counter

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผังงาน (Flowchart)


ความหมายของผังงาน
ผังงาน (Flowchart) คือ รูปภาพ (Image) หรือสัญลักษณ์(Symbol) ที่ใช้เขียนแทนขั้นตอน คำอธิบาย ข้อความ หรือคำพูด ที่ใช้ในอัลกอริทึม (Algorithm) เพราะการนำเสนอขั้นตอนของงานให้เข้าใจตรงกัน ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ด้วยคำพูด หรือข้อความทำได้ยากกว่า
ผังงานแบ่งได้ 2 ประเภท
1. ผังงานระบบ (System Flowchart)
คือ ผังงานที่แสดงขั้นตอนการทำงานในระบบอย่างกว้าง ๆ แต่ไม่เจาะลงในระบบงานย่อย
2. ผังงานโปรแกรม (Program Flowchart)
คือ ผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนในการทำงานของโปรแกรม ตั้งแต่รับข้อมูล คำนวณ จนถึงแสดงผลลัพธ์
ประโยชน์ของผังงาน
1. ทำให้เข้าใจ และแยกแยะปัญหาได้ง่าย (Problem Define)
2. แสดงลำดับการทำงาน (Step Flowing)
3. หาข้อผิดพลาดได้ง่าย (Easy to Debug)
4. ทำความเข้าใจโปรแกรมได้ง่าย (Easy to Read)
5. ไม่ขึ้นกับภาษาใดภาษาหนึ่ง (Flexible Language)
ตัวอย่างผังงานระบบไฟแดง
การโปรแกรมแบบมีโครงสร้าง หรือ การโปรแกรมโครงสร้าง ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ผมขอตอบอย่างสั้น ๆ ว่าทุกภาษาต้องมีหลักการ 3 อย่างนี้คือ การทำงานแบบตามลำดับ(Sequence) การเลือกกระทำตามเงื่อนไข(Decision) และ การทำซ้ำ(Loop) แม้ตำราหลาย ๆ เล่มจะบอกว่า decision แยกเป็น if กับ case หรือ loop นั้นยังแยกเป็น while และ until ซึ่งแตกต่างกัน แต่ผมก็ยังนับว่าการเขียนโปรแกรม แบบมีโครงสร้างนั้น มองให้ออกแค่ 3 อย่างก็พอแล้ว และหลายท่านอาจเถียงผมว่าบางภาษาไม่จำเป็นต้องใช้ Structure Programming แต่เท่าที่ผมศึกษามา ยังไม่มีภาษาใด เลิกใช้หลักการทั้ง 3 นี้อย่างสิ้นเชิง เช่น MS Access ที่หลายคนบอกว่าง่าย ซึ่งก็อาจจะง่ายจริง ถ้าจะศึกษาเพื่อสั่งให้ทำงานตาม wizard หรือตามที่เขาออกแบบมาให้ใช้ แต่ถ้าจะนำมาใช้งานจริง ตามความต้องการของผู้ใช้แล้ว ต้องใช้ประสบการณ์ในการเขียน Structure Programming เพื่อสร้าง Module สำหรับควบคุม Object ทั้งหมดให้ทำงานประสานกัน 1. การทำงานแบบตามลำดับ(Sequence) : รูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ง่ายที่สุดคือ เขียนให้ทำงานจากบนลงล่าง เขียนคำสั่งเป็นบรรทัด และทำทีละบรรทัดจากบรรทัดบนสุดลงไปจนถึงบรรทัดล่างสุด สมมติให้มีการทำงาน 3 กระบวนการคือ อ่านข้อมูล คำนวณ และพิมพ์ 2. การเลือกกระทำตามเงื่อนไข(Decision or Selection) : การตัดสินใจ หรือเลือกเงื่อนไขคือ เขียนโปรแกรมเพื่อนำค่าไปเลือกกระทำ โดยปกติจะมีเหตุการณ์ให้ทำ 2 กระบวนการ คือเงื่อนไขเป็นจริงจะกระทำกระบวนการหนึ่ง และเป็นเท็จจะกระทำอีกกระบวนการหนึ่ง แต่ถ้าซับซ้อนมากขึ้น จะต้องใช้เงื่อนไขหลายชั้น เช่นการตัดเกรดนักศึกษา เป็นต้น ตัวอย่างผังงานนี้ จะแสดงผลการเลือกอย่างง่าย เพื่อกระทำกระบวนการเพียงกระบวนการเดียว 3. การทำซ้ำ(Repeation or Loop) : การทำกระบวนการหนึ่งหลายครั้ง โดยมีเงื่อนไขในการควบคุม หมายถึงการทำซ้ำเป็นหลักการที่ทำความเข้าใจได้ยากกว่า 2 รูปแบบแรก เพราะการเขียนโปรแกรมแต่ละภาษา จะไม่แสดงภาพอย่างชัดเจนเหมือนการเขียนผังงาน ผู้เขียนโปรแกรมต้องจินตนาการด้วยตนเอง

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ฟักทองต้มกะทิ


เครื่องปรุง
ฟักทอง น้ำหนัก ประมาณ 1 กิโลกรัม
กุ้งสด 2 ขีด
มะพร้าวขูด 5 ขีด
ไข่เป็ด 1 ฟอง
แมงลักเด็ดเป็นใบ 1/4 ถ้วย
หอมแดงซอย 5 หัว
หอมแดงสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยเม็ด 10 เม็ด
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลโตนด 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ1. นำฟักทองมาปอกเปลือก หั่นเนื้อฟักทองเป็นสี่เหลี่ยมใหญ่ตามลูก
2. คั้นมะพร้าวให้ได้หัวกะทิ 1/2 ถ้วย หางกะทิ 2 ถ้วย
3. ล้างกุ้ง ปอกเปลือก เด็ดหัวไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก
4. โขลกพริกไทยหอมแดงซอย เกลือป่น 1/4 ช้อนชาเข้าด้วยกันให้ละเอียด
5. นำเครื่องแกงที่โขลกแล้ว ละลายเข้ากับหางกะทิใส่ลงหม้อ ตั้งไฟให้เดือด
6. ใส่ฟักทอง พอฟักทองสุก ปรุงรสด้วยเกลือน้ำตาล ออกรสเค็มๆ หวานเล็กน้อย
7. พอได้ที่ใส่หอมแดงสับหยาบ คนพอทั่ว ต่อยไข่ใส่ 1 ฟอง คนพอไข่แตกและสุก ใส่หัวกะทิยกลง
8. ใส่ใบแมงลัก แค่นี้ก็ทานได้แล้ว

กระเพาะปลา


สำหรับเมนูนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารไขมันต่ำ แต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการ
วิธีการทำก็ไม่ได้ยุ่งยาก หากมีเวลาน่าจะลองทำเป็นอาหารมื้อเบาๆให้กับสมาชิกในครอบครัวรับประทาน หรือจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยก็ได้ค่ะ

เครื่องปรุง

เยื่อไผ่ 1/2 ห่อ
เห็ดหูหนูดำ 3 ขีด
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 5 ดอก
หน่อไม้หั่น / ข้าวโพดอ่อนหั่น 3 ขีด
น้ำซุปผัก 3 ถ้วยตวง
รากผักชีทุบ 1-2 ราก
ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว จิ๊กโฉ่ว

วิธีทำ

1.ทำความสะอาดเยื่อไผ่ แล้วต้มกับน้ำเกลือพอเดือด ล้างน้ำทิ้ง พักไว้
2.ใส่รากผักชีทุบในน้ำซุปผัก พอเดือด
3.ใส่เครื่องทั้งหมด แล้วปรุงรสตามชอบ

วิธีรับประทาน

1.โรยผักชี พริกไทยดำ พริกป่น
2.พริกขี้หนูตำละเอียด ใส่ในน้ำส้มสายชู
3.จะใส่เส้นหมี่ลวกเวลารับประทานด้วยก็ได้

ฉู่ฉี่ปลาทูสด


เครื่องปรุง

ปลาทูสด 3 ตัว
พริกแกงเผ็ด
น้ำปลา
น้ำตาลทราย
พริกชี้ฟ้า หั่นตามยาว
โหระพา เด็ดใบ
หัวกะทิ 1 ถ้วย
หางกะทิ 2-3 ถ้วย
ใบมะกรูด หั่นซอยเป็นเส้นประมาณ 1/3 ถ้วย

วิธีทำ
1. นำหัวหัวกะทิและหางกะทิเทรวมในหม้อ ตั้งไฟเคี่ยวกระทั่งแตกมันและงวดลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง รินใส่ภาชนะอื่นพักไว้
2. นำหม้อกะทิใบเดิมขึ้นฟัง ช้อนกะทิด้านบนใส่ลงหนึ่งทัพพี
3. นำพริกแกงเผ็ดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ลงผัดกระทั่งหอม ด้วยไฟอ่อนๆ
4. ค่อยๆเติมกะทิลงทีละน้อยแล้วจึงใส่ปลาทูสดที่ควักไส้ ล้างทำความสะอาดแล้วลงไปผัดให้สุกดี
5. ใส่กะทิส่วนที่เหลือ หลังเดือดแล้ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย โยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด โหระพา ตักใส่ภาชนะพร้อมเสิร์ฟ

“แกงอ่อมปลาดุก”แซบสไตล์อีสาน


อาหารอีสานถือเป็นอาหารยอดนิยมของหลายๆ คน เวลานึกอยากกินอาหารรสจัดแซบๆ ขึ้นมา อาหารอีสานจึงมักเป็นตัวเลือกที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ เหมือนอย่างวันนี้ที่ “กุ๊กเล็ก” นึกอยากกิน “แกงอ่อมปลาดุก” ใส่ผักชีลาวเยอะๆ รสจัดๆ จึงไม่รอช้า รีบไปตลาดซื้อวัตถุดิบมาเข้าครัวปรุงทันที

ส่วนผสม

ปลาดุกตัวขนาดกลางหั่นเป็นชิ้น 1 ตัว
ผักชีลาวหั่น 5 ต้น
ต้นหอมหั่น 3 ต้น
มะเขือเปราะหั่นเป็นซีก 3 ลูก
มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
ใบแมงลัก 1 ต้น
พริกขี้หนูสด 15 เม็ด
ตะไคร้หั่น 1 ต้น
หอมแดง 4 หัว
ข้าวเหนียวดิบแช่น้ำให้นิ่ม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้า 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดงสำหรับโรยหน้า 1 เม็ด

วิธีทำ

เริ่มจากล้างปลาดุกให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้น หันไปตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าให้เดือด ระหว่างนั้นโขลกหอมแดง พริกขี้หนูสดให้ละเอียดแล้วใส่ลงในหม้อ ส่วนข้าวเหนียวที่แช่น้ำไว้ก็โขลกให้ละเอียดแล้วตักลงหม้อตามไป ข้าวเหนียวดิบโขลกหรือข้าวเบือนี้จะทำให้น้ำแกงออกข้นเล็กน้อย จากนั้นใส่มะเขือพวง และมะเขือเปราะผ่าซีก ซึ่งเป็นผักที่สุกช้าลงไปก่อน เสร็จแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำปลาร้า พอน้ำเดือดดีแล้วใส่ปลาดุกที่หั่นเป็นชิ้นๆ เมื่อใส่ลงไปแล้วพยายามอย่าคน เพราะจะทำให้เหม็นคาวปลา กะเวลาสักพักให้ปลาสุกดีแล้ว จึงใส่ผักชีลาว ต้นหอม ตะไคร้ และใบแมงลักตามลงไป ใช้ทัพพีกดให้ผักจมน้ำ ปิดฝาหม้อไว้สักครู่ให้ผักสุก เวลาเสิร์ฟหั่นพริกชี้ฟ้าแดงโรยหน้า กินร้อนๆ กับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย อร่อยสุดๆ

----------

เมี่ยงตะไคร้


เครื่องปรุง
1.ตะไคร้หั่นฝอย 2.ถั่วลิสงคั่ว 3.ปลาตัวเล็ก(ได้ทุกชนิด)ทอดกรอบ 4.กุ้งแห้งทอด 5.หัวหอมหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
6.มะนาวหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 7.ใบชะพลู ส่วนผสมทั้งหมดพอประมาณกะกันตามชอบใจถ้าชอบทานเผ็ดก็พริกขี้หนูซอยเพิ่มได้
8.น้ำจิ้ม ใช้น้ำตาลปี๊บ ครึ่งกิโลกรัม น้ำมะขามเปียกหนึ่งถ้วยเคี่ยวไฟอ่อนๆจนข้น เติมเกลือประมาณหนึ่งช้อนชา ส่วนผสมนี้เพิ่มลดได้ตามใจชอบ

เวลารับประทานก็ตามใจชอบ(อีกแล้ว) จะทานแบบเมี่ยงคำก็ได้
หรือไม่อยากมานั่งทำทีละคำก็นำส่วนผสมทั้งหมดเทรวมกันราดน้ำจิ้มคลุกเคล้าให้เข้ากันใช้ใบชะพลูห่อทานก็ดีแล้วแต่ชอบ^_^
................................

วีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน


เหตุการณ์และบทบาทของชาวบ้านบางระจัน เกิดขึ้นเมื่อพม่ายกทัพทั้งทัพบกและทัพเรือมาตี

กรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2306 ในระหว่างนั้น หัวเมืองทั้งใต้และเหนือของไทยเสียแก่พม่าไปหลายเมือง

คนไทยที่ได้รับความเดือนร้อนต้องพาครอบครัวหลบหนีเข้าป่าไปเป็นจำนวนมาก ในขณะนั้น มีคนไทย
กลุ่มหนึ่งคิดต่อสู้กับพม่า บอกข่าวชักชวนชาวบ้าน นัดแนะทำกลลวงพม่าแล้วฆ่าพม่าไปจำนวนไม่น้อย
จากนั้นกลุ่มคนไทยดังกล่าวได้พากันหลบหนีพม่าไปหาพระอาจารย์ธรรมโชติ ที่วัดเขาเดิมบาง

นางบวช พระอาจารย์ผู้นี้มีวิชาอาคมเป็นที่ยกย่องนับถือของชาวบ้าน กลุ่มคนไทยจึงได้นิมนต์ให้ไปอยู่

ที่วัดโพธิ์เก้าต้น ในขณะนั้นมีราษฎรชาวเมืองวิเศษไชยชาญ ชาวเมืองสิงห์และเมืองสรรค์ พากัันหลบหนี

พม่ามาชุมนุมกันในหมู่บ้านบางระจันกันมากมาย ด้วยหมู่บ้านแห่งนี้มีชัยภูมิที่ดีี่ยากที่พม่าจะยกทัพเข้ามาตี
ทั้งยังมีเสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์ หัวหน้ากลุ่มคนไทยพากันหลบหนีมาชุมนุมกันที่นี้ โดยมีพรรคพวกที่
เป็นชาวบ้านติดตามมาอยู่ด้วย ชาวบ้านบางระจันได้ร่วมมือกันสร้างค่ายขึ้นล้อมรอบหมู่บ้าน จัดกำลังคน

เป็นหมวดหมู่ทำหน้าที่รักษาค่าย เตรียมหาอาวุธไว้ต่อสู้กับศัตรู วางกองสอดแนมคอยสืบข่าวความ

เคลื่อนไหวของฝ่ายพม่า